Mineral Oil-free Ink | หมึกปราศจากน้ำมันแร่ ทางเลือกใหม่สำหรับสิ่งแวดล้อม

การพิมพ์หนังสือสักเล่มสิ่งที่เรามักให้ความสนใจคือ ‘กระดาษ’ ‘สี’ และ ‘คุณภาพการพิมพ์’ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งเลยคือ ‘หมึก’ สิ่งที่อยู่ในหมึกไม่ได้มีแค่สีอย่างเดียว แต่ยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ อีกมาก 

ปัจจุบันมีหมึกชนิดใหม่เป็นที่พูดถึงในอุตสาหกรรมการพิมพ์มากขึ้น นั่นคือ ‘Mineral Oil-free Ink’ ซึ่งแปลตามตัวก็คือ ‘หมึกปราศจากน้ำมันแร่’ แล้วมันคืออะไร? แล้วทำไมเราต้องไม่ใช้น้ำมันแร่ด้วย?

ใน ‘หมึกพิมพ์’ มีอะไรอยู่บ้าง?

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจอย่างคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘หมึก’ ที่ใช้สำหรับการพิมพ์ระบบออฟเซต (การพิมพ์ดั้งเดิมด้วยแม่พิมพ์) มีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง

โดยทั่วไปหมึกสำหรับการพิมพ์ออฟเซต มีส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน คือ

  1. สารสี (Pigment) – ให้สีแก่หมึก
  2. ตัวยึดเกาะ (Binder) – ใช้เรซิน ทำให้สีติดลงบนกระดาษ
  3. ตัวนำพา (Carrier) – ใช้เป็นน้ำมัน ช่วยพาหมึกผ่านเครื่องและกระบวนการพิมพ์
  4. สารเติมแต่ง (Additive) – ปรับแต่งคุณสมบัติเพิ่มเติมของหมึกให้เหมาะสม
แผนภูมิเปรียบเทียบหมึก โดยแต่ละชนิดต่างกันที่ ‘ตัวนำพา’ (carrier)
แผนภูมิเปรียบเทียบหมึก โดยแต่ละชนิดต่างกันที่ ‘ตัวนำพา’ (carrier)
ข้อมูลจาก สมาคมการพิมพ์ไทย (2556)

ความแตกต่างของหมึกแต่ละชนิดมักจะอยู่ที่ ‘ตัวนำพา’ (carrier) ซึ่งก็คือน้ำมัน

  • หมึกดั้งเดิมทั่วไป (conventional ink) ใช้ตัวนำพาหลักเป็น ‘Mineral Oil
  • ส่วน Soy Ink ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างในนั้นทำมาจาก ‘ถั่วเหลือง’ (soybean) เพียงแต่ตัวนำพาต้องมีส่วนประกอบของ ‘น้ำมันถั่วเหลือง’ (soy oil) ในเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด โดยที่ไม่ได้มีการกำหนดว่าส่วนอื่น ๆ ต้องมีอะไรบ้าง ดังนั้น Soy Ink จึงไม่ได้การันตีว่าหมึกจะไม่มี Mineral Oil

‘หมึกปราศจากน้ำมันแร่‘ (Mineral Oil-free Ink) คืออะไร?

‘Mineral Oil’ หรือ ‘น้ำมันแร่’ เป็นสารใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมหรือน้ำมันดิบ (crude oil) มีการใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่น้ำมันหล่อลื่น เครื่องสำอาง ยา ไปจนถึงอุตสาหกรรมการพิมพ์ อันที่จริง Mineral Oil มีการกลั่นให้บริสุทธิ์หลายระดับมาก เช่น เกรดที่ใช้ในเครื่องสำอาง ก็จะบริสุทธิ์มากกว่าเกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรม

Mineral Oil เป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมการพิมพ์ เนื่องจากหาได้ง่าย มีจำนวนมาก ราคาถูก ทั้งยังทำให้หมึกมีเสถียรภาพดี โดยใช้กันมาอย่างยาวนานในอุตสาหกรรม แต่เมื่อเทคโนโลยีการผลิตหมึกพัฒนา ประกอบกับความต้องการด้านสิ่งแวดล้อมและการรีไซเคิลเพิ่มขึ้น จึงเกิดการพัฒนา Mineral Oil-free Ink ขึ้นมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

เพราะฉะนั้น ‘Mineral Oil-free (MOF) Ink’ จึงหมายถึง หมึกที่ไม่ใช่ตัวนำพาเป็น Mineral Oil แต่ใช้เป็นน้ำมันอย่างอื่นแทน เช่น Vegetable Oil หรือ Vegetable Oil Ester (น้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการทางเคมีให้มีความเสถียรมากขึ้นและมีความหนืดเหมาะสม) โดยคำว่า ‘Vegetable Oil’ สามารถทำมาได้จากพืชหลายชนิด เป็นชื่อเรียกรวม ๆ เท่านั้น

ทำไมเราถึงไม่ควรใช้ ‘Mineral Oil’ ในหมึกพิมพ์?

การนำ Mineral Oil ออกจากหมึกพิมพ์ออฟเซตมีหลายเหตุผลมาก โดยสรุปเป็นเหตุผลใหญ่ ๆ ได้ 3 ข้อดังนี้

อย่างที่ทราบกันในตอนต้นว่า Mineral Oil กลั่นมาจาก ‘น้ำมันดิบ’ ซึ่งน้ำมันดิบเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป พูดง่าย ๆ ก็คือมันมีวันหมดไปจากโลกนี้ได้ ต่างจากพืชที่เราปลูกขึ้นทดแทนใหม่ได้ ดังนั้นการใช้น้ำมันพืชจึงมีความยั่งยืนมากกว่า

ประกอบกับ Mineral Oil-free Ink บางสูตรมีการลดหรือไม่มีการใช้สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds / VOCs) ช่วยลดการปล่อยสารระเหยออกไปสู่บรรยากาศระหว่างการผลิตและการพิมพ์ ซึ่งสารบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้

เวลาที่กระดาษถูกนำไปรีไซเคิล จะต้องมีการล้างหมึกออก (deinking) ถึงจะนำไปใช้ต่อได้ แม้ว่าเราจะสามารถล้างหมึกออกได้ในระดับที่ผ่านเกณฑ์แล้ว แต่ก็จะมีสารบางกลุ่มใน Mineral Oil (เช่น MOAH/MOSH) ซึมเข้าไปในเนื้อกระดาษและไม่สามารถล้างออกได้

หากกระดาษนี้ถูกรีไซเคิล แล้วนำไปใช้ทำอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหารก็จะไม่เป็นไร แต่หากเอาไปทำบรรจุภัณฑ์อาหาร ก็มีโอกาสที่สารตกค้างเหล่านี้จะไปปนเปื้อนในอาหารแล้วเราก็กินอาหารนั้นเข้าไป ทำให้เข้าไปสะสมในร่างกายและเกิดผลเสียในระยะยาวได้

ในปี 2025 ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสประกาศควบคุมปริมาณสาร MOAH/MOSH ในสิ่งพิมพ์อย่างจริงจัง เป็นการบังคับอย่างอ้อม ๆ ให้เราต้องหันไปใช้หมึกที่ไม่มี Mineral Oil เพราะการจะทำให้ไม่มีสาร MOAH/MOSH (หรือมีในปริมาณน้อยมาก ๆ) ต้องใช้ Mineral Oil เกรดที่บริสุทธิ์มากขึ้น ซึ่งมีราคาที่สูงกว่าและไม่คุ้มทุน

ส่วนที่เยอรมันมีการให้คำมั่นด้วยความสมัครใจ (voluntary commitment) ว่า ภายในปี 2028 จะเปลี่ยนหมึกสำหรับการพิมพ์หนังสือพิมพ์ให้เป็น Mineral Oil-free Ink 100%

ข้อกำหนดของฝรั่งเศสเรื่องการควบคุมสาร MOAH/MOSH
ข้อกำหนดของฝรั่งเศสเรื่องการควบคุมสาร MOAH/MOSH
ข้อมูลจาก European Printing Ink Association (2025)

เมื่อมีประเทศ (เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน) เปิดประเด็นเกี่ยวกับ Mineral Oil หลายภาคส่วนคาดว่าในไม่ช้าจะมีประเทศอื่น ๆ ตามมาด้วย ดังนั้นตอนนี้ตลาดในยุโรปจึงมีความคาดหวังให้สิ่งพิมพ์ใช้เป็น Mineral Oil-free Ink

หากหนังสือ บรรจุภัณฑ์ หรือสิ่งพิมพ์ของเรามีการจำหน่ายในหลายประเทศ หรือคาดหวังให้ไปสู่ตลาดระดับโลก พูดง่าย ๆ คือ ‘โกอินเตอร์’ การใช้ Mineral Oil-free Ink ก็เป็นเรื่องที่สะดวกกว่า เพราะในปัจจุบันสามารถพิมพ์ออกมาในคุณภาพที่แทบไม่ต่างกันเลย ทำให้เราไม่ต้องเปลี่ยนหมึกไป ๆ มา ๆ การพิมพ์ด้วยหมึกชนิดนี้ตั้งแต่ต้นก็จะสามารถส่งออกไปทั่วโลกได้ทันที 

ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความที่ว่า Mineral Oil ทำมาจากน้ำมันดิบซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ต่างจากพืชที่สามารถปลูกทดแทนได้ การเลือกใช้ Mineral Oil-free Ink จึงช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเราสะท้อนถึงความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ อีกทั้งบางสูตรยังลดการปล่อยสารระเหยง่าย (VOCs) ทำให้ยกระดับไปได้อีกขั้นว่า นอกจากจะใส่ใจสิ่งแวดล้อมแล้วเรายังใส่ใจต่อผู้ใช้งานด้วย

แล้ว ‘Mineral Oil-free Ink’ เวลาพิมพ์ออกมาคุณภาพจะต่างจากเดิมไหม?

แทบไม่ต่างกันเลย

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าหมึกออฟเซตแต่ละชนิดต่างกันที่ ‘ตัวนำพา’ ซึ่งก็คือน้ำมัน พวกสารสีและองค์ประกอบหลักอื่น ๆ ยังคงเหมือนเดิม ดังนั้นคุณภาพการพิมพ์จึงแทบไม่ต่างกันเลยเมื่อพิมพ์ด้วยเทคนิคเดียวกัน

สรุปเหตุผลที่ควรใช้ ‘Mineral Oil-free Ink’

  • สนับสนุนความยั่งยืน: ลดการพึ่งพาทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปอย่างน้ำมันดิบ
  • ส่งเสริมการรีไซเคิล: ลดความเสี่ยงจากสารตกค้างในกระดาษรีไซเคิล
  • สอดคล้องกับมาตรฐานสากล: รองรับความคาดหวังและข้อกำหนดของตลาดสากล
  • ช่วยเสริมภาพลักษณ์: สะท้อนถึงความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์และแบรนด์
  • คุณภาพการพิมพ์ดีเยี่ยม: ให้ผลลัพธ์ที่สวยงาม คมชัด แทบไม่ต่างจากหมึกออฟเซตทั่วไป

 

รู้จักและร่วมงานกับเราได้ที่ https://pimdee.co.th/
Line: @pimdee.co.th

แสดงความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top