Q & A
คำถามที่พบบ่อย
1. Getting Started
การเตรียมงานก่อนพิมพ์
เผื่อ “ระยะตัดตก” (bleed) รอบงานอย่างน้อย 3 มล. และกำหนด “ระยะจากขอบกระดาษ” (margin) เข้ามา 5 มล. เป็นพื้นที่ปลอดภัย (safe area) โดยส่วนที่เป็นข้อมูลสำคัญไม่ควรออกนอกพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้ ระยะขอบอาจมากหรือน้อยกว่านี้โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบการเข้าเล่ม


เมื่อเตรียมไฟล์เสร็จสิ้นให้ส่งมาในรูปแบบ “PDF” โดยเลือกให้มี “ระยะตัดตก” (bleed) มาด้วย (ดูเพิ่มที่ข้อก่อนหน้า)
การขอใบเสนอราคาควรมีข้อมูลสำคัญดังนี้
หากยังไม่แน่ใจข้อมูลส่วนไหน (เช่น ยังไม่ทราบว่าควรใช้กระดาษแบบไหน หรือกล่องจะมีขนาดเท่าไร) สามารถสอบถามหรือขอคำแนะนำก่อนได้
โดยงานกล่องอาจแจ้งเป็นขนาดและน้ำหนักของสินค้าที่ต้องการบรรจุลงในกล่องก่อนได้ เพื่อให้ทางโรงพิมพ์ช่วยแนะนำขนาดและรูปแบบกล่องที่เหมาะสม
2. Production & Pricing
จำนวนการผลิตและราคา
ไม่มีขั้นต่ำ จำนวน 1 เล่มเราก็รับผลิต เพราะมีระบบพิมพ์ออนดีมานด์/ดิจิทัล แต่โดยทั่วไปของการผลิต ราคาต่อหน่วยจะถูกลงเมื่อผลิตในจำนวนที่มากขึ้น
ส่วนงานกล่องมีขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 100-300 ใบ (ขึ้นอยู่กับขนาดและระบบที่ใช้พิมพ์)
เนื่องจากต้นทุนการทำแม่พิมพ์ (plate) และการตั้งเครื่องเป็นต้นทุนคงที่ เมื่อผลิตในจำนวนมากจึงสามารถนำมาเฉลี่ยต้นทุนได้ดีขึ้น ราคาต่อหน่วยจึงถูกลง
สามารถสอบถามกระดาษชนิดอื่นเพิ่มเติมได้กับฝ่ายขาย
3. Production Process
การผลิตและควบคุมคุณภาพ
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพราะการพิมพ์ “ตัวอย่าง” หรือ “ปรู๊ฟ” (proof) เป็นขั้นตอนตามปกติในกระบวนการพิมพ์งาน
การพิมพ์ตัวอย่างจะใช้การพิมพ์ระบบออนดีมานด์/ดิจิทัล ซึ่งให้รายละเอียด ความคมชัด และสีที่เหมือนกับงานจริงมาก ลูกค้าสามารถใช้ตรวจสอบเนื้อกระดาษ สี และความถูกต้องของไฟล์ได้
อย่างไรก็ตาม บางสเปกงาน “กระดาษปรู๊ฟ” กับ “กระดาษจริง” อาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น สีของกระดาษ หรือ กระดาษจริงมีลักษณะพิเศษมาก ๆ (อาทิ มีลาย/ผิวขรุขระ) กระดาษปรู๊ฟอาจไม่สามารถให้เนื้อสัมผัสที่เหมือนกันได้
ลูกค้าสามารถเข้ามาดูสีที่หน้าแท่นได้ โดยจัดแจงนัดวันและเวลากับฝ่ายขายที่อยู่ในความรับผิดชอบ แต่หากลูกค้าไม่สะดวก สามารถให้ฝ่ายขายถ่ายรูปหรือวิดีโอมาให้ดูได้เช่นกัน
หากลูกค้ายืนยันแบบ (approve) และชำระมัดจำเรียบร้อยแล้ว โดยทั่วไปจะใช้เวลาในการผลิตดังนี้
(ไม่รวมเวลาสำหรับการทำตัวอย่างและการตรวจปรู๊ฟ)
สามารถตรวจสอบเวลาทำการได้ที่หน้าติดต่อ
อาจใช้เวลามากหรือน้อยมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับจำนวน ลักษณะงาน และเทคนิคพิเศษ
4. Delivery
การจัดส่งสินค้า
5. Premium Design
เทคนิคเพิ่มมูลค่างานพิมพ์
เพิ่มเทคนิคพิเศษ เช่น ปั๊มนูน, ปั๊มจม, ปั๊มฟอยล์ หรือเคลือบฟิล์ม PVC เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและความพรีเมียมให้กับสินค้า
สามารถสอบถามเทคนิคพิเศษอื่น ๆ ได้กับฝ่ายขาย